รายการที่อัพเดต

นิทานปัญญายุทธ
เคล็ดลับน่ารู้
เชื่อผม
Shadow Film Studio
Gag Animation
ข่าวลวงโลก
ศิลปะการป้องกันตัว
เคล็ดลับลดความอ้วน
วารีบำบัด
ได้เวลาโลกหุ่น
คุณรู้หรือไม่
ตีความคำคม
โลกหุ่นตูน
สอนพับกระดาษ
เคล็ดลับความรวย
คดีปริศนานักสืบ
อ่านใจคนจากท่าทาง
ประวัติบุคคลสำคัญ
อาหารเจ
โฆษณาโบราณ
สารพัดช่าง
ขำขันโลกหุ่น
ทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น
รอบรู้เรื่องรถ
สอนกีตาร์เบื้องต้น
โลกอลวน
ธรรมะ
สัตว์เจ้าปัญหา
วาไรตี้โลกหุ่น
นิทานโลกหุ่น
ดูทั้งหมด

  ติดตามเราต่อ

Twitter LOKEHOON
Twitter

วารีบำบัด ตอน รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด

วารีบำบัด รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด

# โพสเมื่อ 17 ก.พ. 2558 เข้าชม 25316 (17 ต่อวัน) ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 482 ® ตอบได้ทุกคน
โรคไซนัสอักเสบ เป็นโรคในระบบทางเดินหายที่พบได้บ่อยในคนไทย ที่คนส่วนเข้าใจว่าแค่เป็นหวัด แต่ความจริงเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่า จะมีอาการน้ำมูกไหล ไอ มีน้ำมูกเขียวนานกว่าสิบวัน คัดจมูกมาก คล้ายอาการจมูกอักเสบแต่หนักกว่า ปวดศรีษะ ปวดหน้าผาก ปวดหัวคิ้ว ปวดโหนกแก้ม ซึ่งหากเรารู้เร็วแล้วรีบรักษาจะรักษาง่าย แต่หากปล่อยไว้นานจนเรื้อรัง ก็ย่อมรักษาได้ยาก และอาจมีโรคอื่นแซกซ้อนได้อีกด้วย ก่อนที่จะร้ายแรง เรามารักษาไซนัสอักเสบเสียแต่เนิ่นๆ ด้วยวารีบำบัดดีกว่า
วารีบำบัด - รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด-1

ไซนัส คืออะไร

ไซนัส (Sinus) ก็คือโพรงอากาศในกะโหลก ซึ่งเรียกว่า โพรงไซนัส มีส่วนทำให้กะโหลกศีรษะเบา เวลาพูดมีเสียงก้องกังวาน (เพราะเป็นโพรงอากาศ) และเยื่่อบุของไซนัสและจมูก จะผลิตน้ำมูกเมือกใส ๆ วันละ 0.5-1 ลิตร เพื่อดักจับฝุ่นละออง และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ในอากาศที่เราหายใจเข้าไป และเยื่อบุเหล่านี้จะมีขนเล็ก ๆ พัดน้ำมูกลงไปด้านหลังของจมูก ผ่านช่องคอ ก่อนกลืนลงไปสู่กระเพาะอาหาร และจะถูกกรดในกระเพาะทำลายเชื้อโรคให้หมดไป ไซนัสมีทั้งหมด 4 ตำแหน่งเป็นคู่ ๆ คือ

- บริเวณหน้าผาก ใกล้กับหัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง (frontal sinus)
- บริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง (ethmoid sinus)
- บริเวณกะโหลกศีรษะ ใกล้ฐานสมอง (sphenoid sinus)
- บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง (Maxillary sinus)

วารีบำบัด - รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด-2

สาเหตุของโรคไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis) จะเกิดขึ้นเมื่อจมูกมีการติดเชื้อ มีการอักเสบ อาจเป็นเพราะอาการหวัด เป็นภูมิแพ้ มีสารระคายเคือง มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในจมูก รวมทั้งการมีฟันกรามผุถึงโพรงรากฟัน การเป็นโรคหัด และเกิดอุบัติเหตุที่กระดูกบนใบหน้า จึงทำให้ท่อที่ติดต่อระหว่างโพรงไซนัส และจมูก ทำให้เกิดการบวมเยื่อบุจมูกและไซนัส ทำให้เกิดการอุดตันของรูเปิดไซนัส การระบายของเมือกในโพรงอากาศไม่ดี เมื่อมูกภายในสะสมมากขึ้นจะมีความหนืด และมีสภาพความเป็นกรด ทำให้เชื้อโรคเข้าไปเจริญเติบโตได้ดี ทำให้เกิดการอักเสบ ถ้าเกิดเป็นเรื้อรัง การบวมของเยื่อบุอาจเปลี่ยนแปลงเป็นริดสีดวงจมูก และมีการ อักเสบติดเชื้อ เป็นหนองในโพรงไซนัสได้

ชนิดของโรคไซนัสอักเสบ

1.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน อาจเริ่มจากการเป็นหวัดธรรมดาหรือการเป็นโรคภูมิแพ้ หรือเยื่อบุจมูกอักเสบจากการได้รับสารระคายเคือง จากมลพิษ ต่อมามีการติดเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

2.ไซนัสอักเสบเรื้อรัง อาจเกิดจากการรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่ไม่ถูกต้อง จนเกิดอักเสบซ้ำๆ หรือมีการอักเสบเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 3 เดือน

อาการของโรคไซนัสอักเสบ

ปวดตามตำแหน่งของโพรงไซนัส มักเป็นอาการปวดหนักๆ ตื้อๆ, ปวดศีรษะ, คัดจมูก , น้ำมูกสีเขียวเหลืองไหลออกทางจมูก มีกลิ่นเหม็นหรือลมหายใจ มีกลิ่นเหม็น , เสมหะไหลลงคอมีสีเขียว สีเหลือง จมูกได้กลิ่นน้อยลงหรือไม่ได้กลิ่น ,อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว ประสิทธิภาพในการดมกลิ่น รับกลิ่นของจมูกจะลดลง นอกจากนี้จะมีอาการปวดเนื่องจากไซนัสอักเสบ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของไซนัสที่มีอาการอักเสบ หากเกิดการอักเสบของไซนัสที่บริเวณหัวคิ้ว ก็จะมีอาการปวดตรงบริเวณหน้าผาก และปวดร้าวไปที่ศีรษะเป็นอย่างมาก แต่หากเกิดการอักเสบของไซนัสที่บริเวณแก้มก็จะปวดบริเวณโหนกแก้ม เป็นต้น
ไข้หวัด , โรคภูมิแพ้ และ โรคไซนัสอักเสบ ทั้ง 3 โรคนี้มีอาการใกล้เคียงกันมาก แต่ก็สามารถสังเกตถึงความแตกต่างได้ ซึ่งอาการของไข้หวัดเราคงทราบกันดีอยู่แล้ว สำหรับในผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ นอกจากจะมีอาการคัดจมูกและมีน้ำมูกแล้วก็จะมีอาการคัน จาม ร่วมด้วย แต่กรณีของไซนัสอักเสบนั้น ลักษณะน้ำมูกจะไม่ใส และไม่มีอาการคัน จาม หรือเจ็บคอร่วมด้วย แต่หากจะให้ชัดเจนมากขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อส่องตรวจในโพรงจมูกว่าเป็นไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ หรือไข้หวัดกันแน่

การรักษาโรคไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด

การรักษาโรคไซนัสอักเสบให้ได้ผล ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ พยายามอยู่ในสถานที่มีอากาสถ่ายเทดี ออกกำลังกายตามความเหมาะสม ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นที่ผักสด และผลไม้สด และควรลดแป้งและน้ำตาล เราสามารถใช้วารีบำบัดในการรักษา และบรรเทาอาการของโรคไซนัสอักเสบ ดังนี้

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

เป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่าย และช่วยให้โพรงจมูกและไซนัสสะอาด ลดความหนืดของน้ำมูก และช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ชนิดมีขนอ่อนไว้พัดโบกในโพรงจมูกและไซนัส

1. ใช้น้ำสะอาด 750 ซีซี ผสมกับเกลือสะอาด 1 ช้อนชา หรืออาจใช้น้ำเกลือ 0.9% normal saline หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

2. ดูดน้ำเกลือจากแก้วสะอาดเข้าในลูกยาง หรือหลอดฉีดยา (Syringe) ที่ไม่มีเข็ม หรือใส่ในขวดยาพ่นจมูก

3. พ่นน้ำเกลือจากลูกยาง หรือหลอดฉีดยาเข้าในจมูกข้างใดข้างหนึ่ง ในท่าก้มหน้า กลั้นหายใจในระหว่างฉีดน้ำเกลือเข้าสู่จมูก อ้าปากเล็กน้อย ค่อยฉีด ๆ เข้าจมูก

4. หายใจออก พร้อมสั่งน้ำมูก หากมีน้ำมูกหรือน้ำเกลือไหลลงคอ ให้กลั้วคอบ้วนทิ้ง ทำซ้ำอีกจนน้ำมูกหมด

5. ทำซ้ำแบบเดียวกับรูจมูกอีกข้าง

( อ่านวิธีการล้างจมูกโดยละเอียด คลิ้กที่นี่ )

วารีบำบัด - รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด-3

การสูดไอน้ำร้อน

เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก แสบจมูก หายใจตื้อตัน หายใจลำบาก

1. โดยต้มน้ำเดือดในการต้มน้ำแบบไฟฟ้า ที่มีพวยกา หรือที่แบบที่สามารถเปิดฝา ให้ไอน้ำระเหยออกมาได้ หรือใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเปิดฝาก็ได้

2. แล้วหยดน้ำมันยูคาลิปตัสผสมลงไปเล็กน้อย (อ่านเรื่องของยูคาลิปตัสเพิ่มเติม คลิ้กที่นี่)

3. หาผ้ามาคลุมโปง โดยให้คลุมทั้งกาต้มน้ำด้วย

4. แล้วสูดหายใจลึก ๆ ยาว ๆ เอาไอที่ระเหยขึ้นมา ให้ไอน้ำเข้าออกตลอดทางเดินหายใจให้ได้มากที่สุด

5. ทำนาน 15 นาที วันละ 3-6 ครั้ง จะช่วยทำให้จมูกโล่งขึ้น

6. หากทนความร้อนไม่ไหว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น (น้ำอุณหภูมิปกติ) มาคอยเช็ดหน้า หรือคอยเปิดผ้าคลุมเป็นระยะ เพื่อบรรเทาร้อนได้

วารีบำบัด - รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด-4

การประคบเฉพาะจุด

เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ลดการอักเสบ บริเวณที่เกิดอาการ

1. ประคบร้อน ใช้ผ้าก๊อซพับหนา 3-4 ชั้น ชุบน้ำอุ่นจัด วางประคบบริเวณไซนัส ที่กำลังปวด หรือคัดมาก ๆ เช่น หน้าผาก สันจมูก ต้นคอ เป็นเวลา 15-20 นาที คอยชุบน้ำอุ่นใหม่เรื่อย ๆ เมื่อผ้าเย็นลง

2. ประคบเย็น มีบ้างเหมือนกันที่บางคน เมื่อประคบร้อนแล้ว กลับไม่ดีขึ้น กลับทำให้ปวดมากขึ้น ให้ใช้วิธีประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเย็นจัด (น้ำใส่น้ำแข็ง) ประคบเหมือนกับการประคบร้อน แต่ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นจัดไปด้วยพร้อมกัน

3. ประคบร้อนสลับเย็น ถ้าเป็นบริเวณโหนกแก้ม จะเป็นบริเวณที่โพรงไซนัสมีขนาดใหญ่กว่าเพื่อน การประคบร้อนสลับเย็นจะได้ผลที่ดีกว่า จะช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงบริเวณนี้มากขึ้น โดยให้ประคบร้อน 3 นาที สลับกับประคบเย็น 1 นาที จนอาการดีขึ้น

การฉีดน้ำร้อนสลับเย็นใบหน้า

เพื่อนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นระบบประสาทบริเวณใบหน้า รวมทั้งบริเวณไซนัสด้วย

1. ใช้ฝักบัว ถ้าสามารถปรับให้น้ำพุ่งเป็นเข็มได้ก็จะดีมาก แล้วปรับแรงดันน้ำเต็มที่

2. ฉีดบริเวณใบหน้า โดยให้วนเป็นวงกลม วนไปทุกที่ทั่วใบหน้า ระวังอย่าฉีดเข้าตา

3. ให้ฉีดน้ำอุ่นจัด 3 นาที สลับกับฉีดน้ำเย็น (น้ำอุณหภูมิปกติ) 2 นาที ทำทั้งหมด 3 รอบ เริ่มด้วยน้ำอุ่น จบด้วยน้ำเย็น

วารีบำบัด - รักษาไซนัสอักเสบด้วยวารีบำบัด-5

การอาบน้ำอุ่นผสมดีเกลือฝรั่ง (เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต)

วิธีนี้มีส่วนช่วยในการกำจัดของเสียที่เป็นพิษออกจากร่างกาย ดีเกลือจะเข้าไปช่วยละลายยูเรทส์ และถอนพิษสารพิษในทางเดินโลหิตและเนื้อเยื่อของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคภัยได้ดีขึ้น

1. ให้อาบน้ำอุ่น (ร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้) ที่ผสมดีเกลือฝรั่ง (อ่านเรื่องของดีเกลือฝรั่งเพิ่มเติม คลิ้กที่นี่) โดยผสมผงดีเกลือฝรั่ง 3/4 ก.ก. ต่อน้ำ 1 อ่าง

2. แล้วลงนอนแช่ 20 นาที ต่อด้วยการอาบน้ำเย็นปกติสัก 1 รอบ

3. ปิดท้ายด้วยการเช็ดขัดถูผิวหนังแรง ๆ ด้วยผ้าขนหนู

( อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอาบน้ำเชิงวารีบำบัด คลิ้กที่นี่ )

ข้อแนะนำในการดูแลตัวเอง

- ระวังนิสัยการสั่งน้ำมูก อย่าสั่งแรง หรือบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบที่โพรงไซนัสได้

- ผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดอาการหวัด ภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ควัน ขนสัตว์ หากรู้ว่า อะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ก็ควรหลีกเลี่ยง

- ควรงดว่ายน้ำ ดำน้ำ ขึ้นเครื่องบิน ประมาณ 2 สัปดาห์ ในช่วงที่อาการกำเริบ

- ควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือบริเวณที่มีฝุ่นควันมาก

ควรไปพบแพทย์เมื่อ

หากเป็นอยู่นานไม่ยอมหายเกิน 10 วัน หรือยิ่งมีอาการรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา อาจต้องรักษาร่วมกับการใช้ยา ซึ่งควรใช้ยาอย่างเข้าใจ ระมัดระวัง

- ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งควรได้รับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 10-14 วัน

- ยาพ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์ ควรใช้ควบคู่ไปกับยาปฏิชีวนะ

- ยาลดการบวม มีทั้งชนิดรับประทานและชนิดพ่นหรือหยอดจมูก ช่วยบรรเทาอาการคัดแน่นจมูก ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 3-5 วัน

- ยาต้านฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ทั้งที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการง่วงและไม่ง่วง

คุณหมอคอหมุน


อันตรายของไซนัสอักเสบ หากปล่อยให้เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน ก็อาจจะเกิดผลแทรกซ้อนต่ออวัยวะอื่น ๆ ตามมา ( แม้จะพบไม่บ่อยนัก ) เช่น หูอื้อ หูชั้นกลางอักเสบ คออักเสบเรื้อรัง หรือ หลอดลมอักเสบ และหากผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือเป็นโรคไต ไซนัสอักเสบที่เกิดขึ้นก็อาจจะเป็นไซนัสจากเชื้อรา ซึ่งอาจแพร่กระจายไปยังที่อื่น เช่น เข้าตา หรือเข้าสมอง เป็นต้น
อ่านจบแล้ว ถ้าเป็นประโยชน์ โปรดกดถูกใจ

รายการวารีบำบัด

Hydrotherapy เป็นการใช้น้ำเป็นสื่อกลางในการบำบัดรักษาโรค ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กำจัดของเสียออกจากร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บปวด ช่วยให้ผ่อนคลาย และรักษาสุขภาพทั่วไป เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งใกล้ตัว หาได้ง่าย หากเรารู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อรักษาสุขภาพ ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

คุณหมอคอหมุน

คุณหมออารมณ์ดี ฝีมือเก่งกาจ เป็นกันเองกับคนไข้เสมอ จึงเป็นที่รักของคนไข้ทุกคน ยามว่างคุณหมอชอบเข้าไปช่วยตอบปัญหาสุขภาพในโลกออนไลน์อยู่เป็นประจำ คติประจำตัว ความไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ
เนื้อหาทั้งหมดในโลกหุ่น สร้างสรรค์ หรือ เรียบเรียงโดยโลกหุ่น เปิดให้ทุกท่าน ได้รับชม เพื่อความรู้ และความบันเทิง เป็นวิทยาทาน หากท่านชื่นชอบ โปรดช่วยกัน แชร์ บอกต่อ หรือลิงค์มา แต่กรุณาอย่าคัดลอกเนื้อหา ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ก่อนรับอนุญาต

รายการทั้งหมดใน โลกหุ่น

นิทานปัญญายุทธเคล็ดลับน่ารู้เชื่อผมShadow Film StudioGag Animationข่าวลวงโลกศิลปะการป้องกันตัวเคล็ดลับลดความอ้วนวารีบำบัดได้เวลาโลกหุ่นคุณรู้หรือไม่ตีความคำคมโลกหุ่นตูนสอนพับกระดาษเคล็ดลับความรวยคดีปริศนานักสืบอ่านใจคนจากท่าทางประวัติบุคคลสำคัญอาหารเจโฆษณาโบราณสารพัดช่างขำขันโลกหุ่นทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นรอบรู้เรื่องรถสอนกีตาร์เบื้องต้นโลกอลวนธรรมะนิทานโลกหุ่นสัตว์เจ้าปัญหาวาไรตี้โลกหุ่นเพลินเพลง