รายการที่อัพเดต

นิทานปัญญายุทธ
เคล็ดลับน่ารู้
เชื่อผม
Shadow Film Studio
Gag Animation
ข่าวลวงโลก
ศิลปะการป้องกันตัว
เคล็ดลับลดความอ้วน
วารีบำบัด
ได้เวลาโลกหุ่น
คุณรู้หรือไม่
ตีความคำคม
โลกหุ่นตูน
สอนพับกระดาษ
เคล็ดลับความรวย
คดีปริศนานักสืบ
อ่านใจคนจากท่าทาง
ประวัติบุคคลสำคัญ
อาหารเจ
โฆษณาโบราณ
สารพัดช่าง
ขำขันโลกหุ่น
ทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น
รอบรู้เรื่องรถ
สอนกีตาร์เบื้องต้น
โลกอลวน
ธรรมะ
สัตว์เจ้าปัญหา
วาไรตี้โลกหุ่น
นิทานโลกหุ่น
ดูทั้งหมด

  ติดตามเราต่อ

Twitter LOKEHOON
Twitter

ธรรมะ ตอน น้ำผึ้งหยดเดียว

ธรรมะ น้ำผึ้งหยดเดียว

# โพสเมื่อ 18 ม.ค. 2557 เข้าชม 2000 (2 ต่อวัน) ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 4 ® ตอบได้ทุกคน
คำว่าน้ำผึ้งหยดเดียวเป็นคำเปรียบเปรยที่ใครๆคงจะแปลความหมายออกได้ดีใช่ไหมคะ เรื่องเล็กๆที่ใครๆว่านิดเดียวกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตมากมายได้ เรื่องแบบนี้มีเกิดขึ้นทุกหน่วยในสังคมไม่ว่าจะครอบครัว ที่ทำงาน หรือองค์กรต่างๆ แต่วันนี้จะขอกล่าวถึ งเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวที่เกิดขึ้นบ่อยมากกับครอบครัว อันเป็นหน่วยเล็กๆที่มีอยู่ดำเนินอยู่ควบคู่กันไปบนโลกใบนี้
คำว่าน้ำผึ้งหยดเดียวนี้ถ้าเราไม่เจอกับตนเองคงจะไม่เข้าใจและแก้ไขปรับตัวปรับใจได้มากขนาดนี้คะ ข้าพเจ้ายอมรับว่าที่ผ่านมาการดำเนินชีวิตควบคู่กับการบำเพ็ญธรรมค่อนข้างเหนื่อยและหนักพอสมควรกว่าจะผ่านแต่ละจุดมาได้ เพราะเรามีครอบครัว มีภาระอันหนักอึ้ง มีปัญหาให้แก้อยู่ตลอดมาเพื่อให้ชีวิตครอบครัวดำเนินไปอย่างราบรื่น ข้าพเจ้าจึงเข้าใจจิตใจ เข้าใจสภาพของการดำเนินชีวิตของทุกคนที่มีครอบครัวมีสิ่งที่ต้องรับภาระมากมาย วันนี้จะขอให้กำลังใจและเราจะต้องผ่านอุปสรรคต่างๆไปให้ได้บำเพ็ญจิตให้สุขสงบได้ภายใต้แรงพายุมากมายไปพร้อมๆกันคะ เอาละคะเรามาแยกสาเหตุต่างๆที่นำสู่เหตุการณ์ที่ก่อตัวเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวกันคะ

เฉินกุ้ยเซียง


เท่าที่ข้าพเจ้าแยกแยะได้จากชีวิตจริงในการดำเนินมีสาเหตุหลักๆดังนี้คะ


- รัก โลภ โกรธ หลง ของแต่ละคน

อันสาเหตุนี้เป็นตัวหลักและไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย เพราะสิ่งนี้จะมีอิทธิพลในตัวตนของแต่ละท่านแตกต่างกัน สู่การก่อเกิดการทำเรื่องราวเล็กน้อยไปสู่เรื่องราวใหญ่โตได้ เช่น วันนี้เราเห็นภรรยาหรือสามีเราไม่ทำความสะอาดบ้านเหมือนที่ผ่านมา จิตเกิดความโมโหโกรธขึ้นมาทั้งๆเป็นเรื่องเล็กน้อย ยังไม่ทันถามสาเหตุว่าวันนี้ไม่ได้ทำเพราะอะไร เราก็พาลใส่พูดจาดุด่า เป็นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท ตบตี บางทีไปต่อเนื่องถึงเรื่องอื่นเพราะความไม่ยับยั้งสติเป็นเหตุใหญ่โต เรื่องราวกระทบต่อจิตของตนเองและผู้อื่นอีก ซึ่งการกระทำบางอย่างจากเรื่องการใช้ความโกรธมาเป็นตัวนำในการดำเนินชีวิตกันในสังคมจะยังสู่ผลที่ไม่ดีตามมา ถ้าเราระงับความโกรธตั้งอยู่ในสติทุกอย่างก็จะจบด้วยดี แม้เหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างเป็นเพียงเหตุการณ์เดียว แต่ในชีวิตประจำวันของเรามีมากมายที่เกิดขึ้นจากเรื่องเล็กสู่เรื่องใหญ่ได้ หากเรายังไม่พึงใช้การระงับความโกรธมาเป็นตัวช่วยสร้างความสงบในใจของตนได้

เรื่องของความรักความหลงเช่นกัน เรารักภรรยา รักสามี รักลูกมาก แม้แต่เห็นภรรยาไปคุยกับเพื่อนผู้ชายก็มาพาลดุด่าพูดจาเสียดสีอย่างนี้ก็มิถูกต้อง การระงับความรักมากหลงมากลงบ้างก็จะดีเพื่อการอยู่ร่วมกันได้ บางทีเราเห็นลูกไปคุยกับผู้หญิงหรือเพื่อนชายเรายังไม่ทันถามเลยว่าเป็นใคร กลัวลูกจะถูกหลอกกลัวลูกใจแตกคิดไปต่างๆนานาลูกกลับมาก็ดุด่าว่ากล่าว ตักเตือนเป็นเรื่องใหญ่ ลูกหนีออกจากบ้านไปด้วยความไม่เข้าใจกันตามมาก็มีมากมายในหลายครอบครัว เป็นต้น

- ความเห็นแก่ตน มองตนเป็นใหญ่

ในครอบครัวถึงแม้เราจะมีหัวหน้าครอบครัว อาจจะเป็นพ่อหรือแม่ หรือปู่ย่าตายาย แล้วแต่ว่าครอบครัวนั้นจะยกให้ใครเป็นหัวหน้าครอบครัว แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าสิทธิ์เด็ดขาดจะขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวจะต้องอยู่แบบประชาธิปไตย ถึงแม้ความขัดแย้งก็มีบ้างเป็นธรรมดาของการอยู่ร่วมกัน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นที่เราจะนำมาคิดมาก แตกแยก ครอบครัวใดที่อยู่ร่วมกันโดยใช้ความคิดของตนเป็นหลัก เห็นแก่ตนมองอะไรจะให้แต่ตนก่อนเสมอนั้นจะเป็นครอบครัวที่อยู่ในความวุ่นวายไม่สงบ ก่อเกิดให้การดำเนินชีวิตแม้เพียงเล็กน้อยเหตุการณ์เพียงเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย เช่น เราถือว่าเราเป็นหัวหน้าครอบครัว สั่งงานอะไรก็ได้ให้ลูกทำโน่นทำนี่ ไม่ทำก็ถูกตีถูกดุด่า ไม่ให้โอกาสคนอื่นโต้แย้งได้ แม้แต่เรื่องการกินถ้าเราให้ทำอาหารแต่ที่ตนชอบลูก ภรรยา สามี จะกินอะไรไม่เคยถาม หรือพ่อแม่อยากกินอะไรก็ไม่ถาม ถ้าความคิดยังเป็นอย่างนี้อยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่มองเพียงตนเป็นหลัก เห็นแก่ตนไม่มองความคิดเห็นของคนอื่น การอยู่ร่วมกันก็จะไม่เป็นครอบครัวจะเป็นเหมือนบริษัท ห้างร้านมากกว่า อย่างนี้การเกิดเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งก็มีมากขึ้นเพราะคนอื่นจะอยู่ร่วมยาก เพียงแค่เรื่องกินอยู่หากเราใช้หลักใจเขาใจเรามาช่วยการดำเนินชีวิตก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าเมื่อใดที่เราใช้ใจตนมาดำเนินชีวิตก็คงจะมีแต่ความทุกข์ตามมา

- ความอิจฉา

เป็นสาเหตุหลักที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแม้ในครอบครัว เครือญาติ หากยังใช้จิตที่มีแต่ความอิจฉาเป็นตัวนำในการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันก็จะยากขึ้นตามมา เรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ เช่น พี่อิจฉาน้องที่ได้เงินไปโรงเรียนมากกว่า หรือน้องอิจฉาพี่ที่แม่ซื้อเสื้อผ้าให้ พี่เมื่อเกิดความอิจฉาก็จะพลอยหาเรื่องทะเลาะหรือกล่าวโทษพ่อแม่ เป็้นเหตุแห่งเรื่องราวใหญ่โตได้ ทั้งๆที่การสอนสั่งหรือการอบรมเลี้ยงดูให้พี่น้องรักกันเราสามารถทำได้แต่การขัดเกลาจิตใจในส่วนนี้ก็คงจะอยู่ที่เหตุของบุคคลด้วย ถ้าเรามีจิตใจที่ฝึกฝนมาดีแล้ว เห็นเขามี เห็นเขาเด่นดังก็อย่าพึงไปมีจิตที่อิจฉา ต้องการโดดเด่นหรือได้มาเหมือนเขาในทางอันมิควร ถึงแม้จะกล่าวกันในเรื่องการปฏิบัติธรรมเช่นกัน เมื่อเราเห็นเขาอยู่สูงบำเพ็ญจิตได้ดีแล้ว หรือแม้แต่เขาไปเข้าวัดฟังธรรม เราก็อย่าไปพึงแสดงความอิจฉาอันใดให้ใจอยู่ในความยินดีกับสิ่งที่เกิดที่ผู้อื่นได้ดีกว่าเรา จิตของผู้บำเพ็ญแม้จะอ้างตนว่าได้ถึงระดับใดการกล่าวอ้างอันขาดซึงหลักฐานเราก็พึงรับฟังไป แต่จะใช่หรือไม่ใช่ถ้าอยู่ในทางธรรมเราก็ควรส่งเสริมให้เขาเป็นคนดี ปฏิบัติดีต่อไป ไม่ใช่ไปพูดทำลายน้ำใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายๆทำตนไม่ดีเราก็ต้องตักเตือนคนในครอบครัวบ้างเป็นธรรมดา
หลายครอบครัวเจอปัญหาเจอมรสุมของชีวิตมากมาย แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่เราจะมานั่งทุกข์อกทุกข์ใจจนหาทางแก้ไขไม่ได้ เมื่อปัญหาเกิดจากเพียงแค่เรื่องเล็กๆ เราก็ต้องคอยปรับแก้ ถึงแม้ทางเดินจะมีแต่ขวากหนาม ปัญญาและใจของเราเท่านั้นจะยืนหยัดต่อสู้กับเหตุการณที่เราพบเจอ การใช้ธรรมะเข้ามาใช้ในครัวเรือนจึงเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญในการค้นพบแนวทางการดำเนินชีวิตครอบครัวให้อยู่รอด มั่นคง สงบ ราบเรียบ อยู่ร่วมกันด้วยโลกแห่งความรักและเข้าใจ

เรื่องเล็กเล็กในบ้านงานปวดหัว
เรื่องใกล้ตัวในบ้านงานสะสม
ไม่ใช่เหตุมานั่งฟังใจตรม
ไม่ใช่บ่มเป็นบ่นออกให้ช้ำชอกใจ
ดำรงตนในวิถีมีครัวแล้ว
ต้องมิแคล้วคือทำใจให้ได้ไซร้
ไม่เดือดพล่านในเรื่องเล็กทำเจ็บใจ
ฝึกจิตให้ทนและอดปลดและปลง
ไม่ใช่ชงแต่เรื่องเปลืองสมอง
ไม่ผยองทำจิตนิ่งไม่วิ่งลง
ไม่ทับถมจะทุกข์ไหม้ใจตรอมลง
ไม่วางธงซึ่งความเห็นเป็นแต่ตัว
เมื่อมีครัวเหมือนมีที่มาครอบ
เหมือนเอางอบครอบไว้ที่ในหัว
ไม่เป็นไรให้ฝึกจิตคิดมิกลัว
แยกออกชั่วและดีตีห่างกรรม
เมื่อครอบครัวเข้าใจในทุกข์สุข
อยู่ด้วยปลุกมีสติมิมีช้ำ
ความเข้าใจคือมีเหตุผลเป็นตัวนำ
ช่วยร่วมทำช่วยร่วมคิดจิตดีงาม

 
บทกลอนและบทความโดยเฉินกุ้ยเซียง

ธรรมะ - น้ำผึ้งหยดเดียว-1
อ่านจบแล้ว ถ้าเป็นประโยชน์ โปรดกดถูกใจ

รายการธรรมะ

สรรพสัตว์และสรรพสิ่งบนโลกล้วนมีสิ่งที่เป็นสภาวะว่างเปล่า ในชั่วขณะที่จิตใจของมนุษย์สับสนวุ่นวาย ไม่สามารถควบคุมสติได้ ทำให้เกิดการกระทำที่ไม่ไตร่ตรอง ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างบาปขึ้นอย่างน่ากลัว ทำร้ายทำลายตนเองและผู้อื่นอย่างมากมาย เป็นต้น ฉะนั้นแล้วการรู้ถึงสภาววะภายในให้ปรับสู่ความว่างเพื

เฉินกุ้ยเซียง

นักพรตปริศนา ก้องฟ้าเขาดิน ผู้หยัดยืนด้วยคุณธรรม เหนือสังคมที่สับสนวุ่นวาย คติประจำตัว จงอย่าอวด อำนาจ บารมี ขอให้มีความดีอยู่ที่ใจ แล้วเผื่อแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งปวง
เนื้อหาทั้งหมดในโลกหุ่น สร้างสรรค์ หรือ เรียบเรียงโดยโลกหุ่น เปิดให้ทุกท่าน ได้รับชม เพื่อความรู้ และความบันเทิง เป็นวิทยาทาน หากท่านชื่นชอบ โปรดช่วยกัน แชร์ บอกต่อ หรือลิงค์มา แต่กรุณาอย่าคัดลอกเนื้อหา ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ก่อนรับอนุญาต

รายการทั้งหมดใน โลกหุ่น

นิทานปัญญายุทธเคล็ดลับน่ารู้เชื่อผมShadow Film StudioGag Animationข่าวลวงโลกศิลปะการป้องกันตัวเคล็ดลับลดความอ้วนวารีบำบัดได้เวลาโลกหุ่นคุณรู้หรือไม่ตีความคำคมโลกหุ่นตูนสอนพับกระดาษเคล็ดลับความรวยคดีปริศนานักสืบอ่านใจคนจากท่าทางประวัติบุคคลสำคัญอาหารเจโฆษณาโบราณสารพัดช่างขำขันโลกหุ่นทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นรอบรู้เรื่องรถสอนกีตาร์เบื้องต้นโลกอลวนธรรมะนิทานโลกหุ่นสัตว์เจ้าปัญหาวาไรตี้โลกหุ่นเพลินเพลง